เรื่องน่ารู้ของน้ำมัน รำข้าว และน้ำมันจมูกข้าว

เมล็ดข้าวที่ประทับเปลือกออกแล้ว ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ
1 จมูกข้าว (ส่วนปลายแหลมของเมล็ดข้าว)
2 รำข้าว (เยื่อสีน้ำตาลที่หุ้มเมล็ดข้าว)
3 ข้าวสาร (เนื้อ เมล็ด ข้าวที่มีลักษณะเป็นแป้งสีขาว) เนื้อ เมล็ดข้าว สีขาว เกือบ ทั้งหมดเป็นแป้งและน้ำตาล แต่สาร สำคัญอีกจำนวนมากที่อยู่ที่จมูกข้าวและรำข้าว เมื่อนำมาสกัดด้วยกรรมวิธีแล้ว จะได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันจากข้าว ได้แก่ น้ำมันรำข้าว และ น้ำมันจมูกข้าว
@ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์น้ำมันรำจากข้าว
ทั้งน้ำมันรำข้าว  และน้ำมันจมูกข้าว  มีส่วนประกอบหลักดังนี้
-กรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิดไลโนเลอิก และ กรดโอเลอิก ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว จะไม่มีคอเลสเตอรอล ซึ่งโดยปกติในพืชและ ผลิตภัณฑ์ จากพืชทุกชนิดจะไม่มีคอเรสเตอรอลนอกจากนี้ยังพบ กรดไขมันไม่อิ่มตัว ไลโนเลอิก อยู่ด้วย
-สารประกอบที่ละลายในไขมัน ได้แก่พวกสารพวก phytosterols สารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ เช่น oryzanol และ สารกลุ่มวิตามินอี ได้แก่ tocopherol และ xenon และสารกลุ่มวิตามินอีได้แก่โทรครูโคลอนและโ กรดไลโนเลอิก เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนมีฤทธิ์ในการลดคอเลสเตอรอลและ ldl คอเลสเตอรอล ldl คอเลสเตอรอลเป็นคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ที่มีส่วนทำให้เกิดการอุดตันในผนังหลอดเลือดแดงนอกจากนี้กดไลโนเลอิยังเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดไขมันสายยาวในกลุ่มโอเมก้า 6 ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ที่สำคัญได้แก่เซลล์สมองและเซลล์ประสาทกรดไลโนเลอิกหรือกรดไขมันโอเมก้า 9 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ช่วยลด ldl คอเลสเตอรอลแต่จะไปเพิ่มเพชรดีแอลคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีที่จะช่วยพาคอเลสเตอรอลในเซลล์และในกระแสเลือดไปเผาผลาญป้องกันเส้นเลือดตีบได้ลดการอุดตันในผนังเส้นเลือด หลอดเลือดแดง เช่นเดียวกับกรดไขมันไลโนเลอิน้ำมันรำข้าว และน้ำมันจมูกข้าวยังมีงานวิจัยโดยตรงเชื่อถือได้ในคนคือเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับ แบบมี กลุ่มควบคุม ในผู้ที่ไขมันในเลือดสูง ผลการวิจัยพบว่าสามารถลดไขมันคอเลสเตอรอลและ ldl คอเลสเตอรอลได้จริงกดไลโนเลอิเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดไขมันย่าสายยาวได้แก่กลุ่มโอเมก้า 3 ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ที่สำคัญได้แก่เซลล์สมองและเซลล์ประสาท oryzanol และสารกลุ่มวิตามินอีน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆเช่น สารกลุ่มวิตามิน e thai โคโคโร่และไทโค ไดมอนด์และออริซานอลโดยเฉพาะโอรีซานอล จะมีอยู่แต่ในน้ำมันจากข้าวเท่านั้นและมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระแรงกว่าสารกลุ่มวิตามินอีทั้งโอรีซานอลและไทยโพสต์ไปนั่นมีผลในการลดคอเลสเตอรอลโดยตรงโดยที่โอรีซานอล ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารขณะที่ไทยโคไทยซีนอลขัดขวางการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในร่างกายนอกจากนี้ ทั้งโกลิซาด้อนและกลุ่มวิตามินอีจะช่วยจะลดการเกิดออกซิไดซ์ ldl ลดการเกิดหลอดเลือดแข็งและลดการเกิดคอเลสเตอรอล ออกไซด์ เมื่อร่างกายได้รับคอเลสเตอรอลออกไซด์น้อยจะลดการทำลายเซลล์ภายในหลอดเลือดลดการสะสมพระหรือตะกอนในผนังเส้นเลือดหลอดเลือด ไฟโต solo น้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวยังมีสารประกอบกลุ่ม phytosterols ซึ่งไฟโต solo หลายชนิดจะลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลอีกทางหนึ่ง

เรื่องน่ารู้ของวิตามินและเกลือแร่

สรุปคุณสมบัติของวิตามิน เป็นสารที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยต่อวันแต่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกายตั้งแต่การหายใจของเซลล์การสร้างเนื้อเยื่อ การผลิตพลังงานสำหรับดำรงชีวิต จำเป็นสำหรับการทำงานของอวัยวะต่างๆเช่นการสร้างเม็ดเลือดแดงการทำงานของระบบประสาท การมองเห็นการสร้างกระดูกจึงเป็นสารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายและร่างกายขาดไม่ได้วิตามินเอช่วยการมองเห็นในที่มืด ทำให้การเจริญและพัฒนา ของเซลล์ บุผิวเป็นปกติ มีบทบาทในการเจริญเติบโตของกระดูกฟัน ทารกในครรภ์ถ้าขาดจะเกิดอาการ เกี่ยวกับตาเช่นตาแห้งเหยีี่ยวย่น กลัวแสงสว่าง อาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจระบบทางเดินหายใจ ลอกหลุดง่ายทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และอาการเกี่ยวกับผิวหนังทำให้ผิวหนังแห้งหยาบกร้านเป็นเกิด วิตามินดีช่วยในเรื่องการดูดซึมแคลเซียมถ้าขาดจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง ทำให้ต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ส่งผลทำให้กระดูกอ่อน และจะมีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อปวดข้อโลหิตจางอ่อนเพลียกล้ามเนื้อไม่มีแรงวิตามินอี ช่วยป้องกัน การแตกสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่แตกง่ายมีความจำเป็นต่อการเจริญและพัฒนาของเซลล์ประสาทถ้าขาดเม็ดเลือดแดงจะมีชีวิตสั้นรวมถึงมีผลต่อการเจริญของกล้ามเนื้อด้วย vitamin k ช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับในการสร้างสารที่จำเป็น ต่อการแข็งตัวของเลือดหลายชนิดได้แก่ ถ้าขาดจะทำให้เลือดแข็งตัวช้าวิตามินบี 1 มีความจำเป็นต่อระบบเผาผลาญอาหารและระบบประสาทของร่างกาย ถ้าขาดจะเป็นโรคเหน็บชา อาการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยระบบประสาทจะมีอาการชาตามมือตามเท้าตากระตุกแขนขาอ่อนแรงส่วนอาการทางสมองพบว่าเนื้อสมองจะถูกทำลายผู้ป่วยจะมีอาการความจำเสื่อม สำหรับทางระบบหัวใจและหลอดเลือดพบว่าหัวใจเต้นเร็วใจสั่นหัวใจมีขนาดโตวิตามินบี 2 มีความจำเป็นต่อการหายใจ

การลดน้ำหนักด้วย เอช ซี เอ เอส เอ็กซ

nitgiffarine.bansifa.com
...ในสังคมปัจจุบันภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือที่เรียกว่าอ้วน เริ่มพบมากขึ้นซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจาก พันธุกรรม จากโรคประจำตัวบางอย่าง จากการใช้ยาบางชนิด รวมถึงความไม่สมดุลระหว่างพลังงานที่ได้รับ จากอาหาร กับพลังงานที่ใช้ไปในกิจกรรมต่าง ๆ ........ในอดีตการรับประทานอาหารมีความสมดุลมากกว่าปัจจุบัน โดยไม่เน้นเรื่องแป้ง น้ำตาล ไขมัน มากเกินความจำเป็น แต่ปัจจุบันเป็นยุคของการแข่งขัน ทำให้อาหารที่ผลิตออกมาขาย เน้นความอร่อย มากกว่าเน้นที่เรื่องสุขภาพ อีกทั้งเวลาที่เร่งรีบ ทำให้เรามีเวลาในการเลือก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์น้อยลง ทำให้ประชากรในโลกประสบปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน และโรคที่มีสาเหตุจาก ความอ้วน อันทุกข์ทรมานมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคข้อ โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
......ความอ้วนเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับพลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้ หรือการใช้พลังงานน้อยเกินไป เป็นผลให้เกิดการสะสมพลังงานที่เหลือใช้ในรูปของไขมัน ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ......ดังนั้นวิธีการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนที่ได้ผลดีและปลอดภัยคือ การออกกำลังกาย เพิ่มเติมพลังงานที่ใช้และควบคุมอาหาร หรือลดพลังงานที่ได้รับนั่นเอง
......HCA-SX
@ รับประทานอาหารได้ลดลงโดยไม่หงุดหงิด
@ ลดไขมันจากการรับประทานอาหารที่มากเกินความจำเป็น
@ เพิ่ม การเผาผลาญไขมัน ที่สะสมในร่างกาย
......HCA-SX เกิดจากการที่นักวิทยาศาสตร์ และนักโภชนาการชั้นนำของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในโลกและพยายามคิดค้นหาสาเหตุและวิธีป้องกันและบรรเทาปัญหาความอ้วน และลดน้ำหนักเกินที่ปลอดภัย และได้ผล จนได้พบสาเหตุ และวิธีการที่ดีในการควบคุมน้ำหนักที่เน้นการควบคุมอาหารอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ทำได้จริง และปลอดภัย
.....โดยจากการศึกษาค้นคว้าและวิจัยทำให้ทราบว่า ไฮดรอกซี ซิตริก แอซิก หรือ HCA  คือสารสำคัญที่อยู่ในพืชผัก และผลไม้ต่าง ๆ ที่รับประทานในชีวิตประจำวัน มีหน้าที่สร้างสมดุลให้กับร่างกาย ในเรื่องของน้ำหนักตัว และไขมันในเลือด จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ โดยนำ โพแทสเซียม ( K) ไปทำปฏิกิริยากับ HCA  เกิดเป็น HCA~SX หรือ ไฮดรอก ซี ซิตริก แอซิด เอสเอ็กซ์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษก็คือ ทำให้ร่างกายสามารถนำ hca ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และเต็มประสิทธิภาพมากกว่าปกติประมาณ  3 เท่า ทำให้อาหารประเภทข้าว และแป้งต่าง ๆ ที่รับประทานเข้าไปจะเปลี่ยนเป็น น้ำตาลกลูโคส และไกลโคเจนแทนการเปลี่ยนเป็นไขมัน ซึ่งไกลโคเจนคือพลังงานสำรองพร้อมใช้ ดังนั้น เมื่อร่างกายมี ไกลโคเจน สะสมมากจะส่งผลให้ระดับ น้ำตาล ในเลือดคงที่ และไม่ทำให้เกิดความหิว หรือความอยากอาหาร ซึ่งเป็นที่มาของการรับประทานอาหาร ได้น้อยลง น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลงด้วยจึงนับว่าเป็นการ ลดน้ำหนักโดยวิธีควบคุมอาหาร อย่างเป็นไปตามธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด
.....HCA~SX ยังมีงานวิจัยรองรับในเรื่องของการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ที่สะสมไว้ในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายมีไขมันสะสมลดลง
,....นอกจากนี้ HCA-SX ยังช่วยเพิ่มระดับ ซีโรโทนิน ในหนูทดลองซึ่ง ซีโรโทนิน เป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมความหิวและความสุขการ การที่มี ซีโรโทนิน ในปริมาณสูงทำให้ร่างกายมีความสุขและไม่รู้สึกหิว ดังนั้น HCA-SX จึงถือเป็นทางเลือกในการลดน้ำหนักที่ดี ปลอดภัย ไม่ทำให้หงุดหงิด จากการอดอาหารอีกด้วย
..  ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์
...  ไฟเบอร์หรือใยอาหารจากผัก และผลไม้ที่ช่วยให้อิ่มท้อง และมีส่วนช่วยในการขับถ่าย และยังเป็น พรีไบโอติก อาหารสำหรับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้ จึงเป็นการปรับสมดุลในลําไส้ด้วย นอกจากนี้ไฟเบอร์ชนิดนี้ยังมีผลในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดส่งผลให้ความรู้สึกอยากอาหารลดลงได้
..... ลูกพีช
ผลไม้ที่มีสีเหลืองรสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม ซึ่ง ลูกพีช มีใยอาหารและอุดมไปด้วย วิตามินซี กรดโฟลิก เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งล้วนแต่เป็นสารอาหารที่มีคุณค่า ต่อระบบทางเดินอาหารและร่างกาย
-----ซูคราโลส
.....สารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน ทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติดีขึ้น ทำให้เกิดความสดชื่น แต่ยังคงให้รสชาติหวาน และไม่มี มีรสขมติดลิ้น ซูคราโลส มีลักษณะเป็นเมือกสีขาว ร่วน ละลายน้ำได้ดี

เรื่องน่ารู้ของโคลีนและวิตามินบีคอมเพล็กซ์

@สรุปคุณสมบัติของโคลีน
  1 เป็นสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการทำงานของระบบประสาทเช่นความจำและการทำงานของกล้ามเนื้อ
2 ช่วยขนส่งไขมันและคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและหลอดเลือดหัวใจ
3 ช่วยในการทำงานของตับให้เป็นปกติการขาดโคลีนในสัตว์ทดลองทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ และนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับ @สรุปคุณสมบัติของวิตามินบีคอมแพค
1 ช่วยในการทำงานของระบบประสาท ทั้งหมดในร่างกาย
2 ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินบี เช่น เหน็บชา เส้นเลือด เส้นประสาท อักเสบ ตากระตุก ปากนกกระจอก ผิวหนังหยาบ ผิวหนังอักเสบ รวมถึงโลหิตจางจากการขาด วิตามินบี
@โคลีน โคลีนเป็นสารอาหารสำคัญตัวหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีความสำคัญ ต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้าง ของผนังเซลล์ เมตาบอลิซึมของเมธิล การส่งผ่านของกระแสประสาท การส่งสัญญาณผ่านผนังเซลล์ และเมตาบอลิซึม กับการขนส่งของไขมันและโคเลสเตอรอล .โคลีนเป็นสารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซททิลโคลีน ซึ่ง เป็นสารสื่อประสาทสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อ และหน้าที่อื่นๆอีกหลายอย่าง ดังนั้น โคลีนจึงมีผลต่อกระบวนการ ส่งกระแสประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำ และการรับรู้ เรียกได้ว่ามีบทบาทในการ พัฒนาการด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะระบบความจำรวมถึงการศึกษา ในการใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคความจำเสื่อม ...บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งของ โคลีน คือทำให้ตับสามารถทำการขนถ่ายไขมันได้ และลดการสะสมไขมันในตับ  การขาดโคลีนก็จะเกิดการสะสมไขมันที่ตับ การศึกษาวิจัยในคนก็พบว่า ผู้ มีระดับเอนไซม์ของตับสูงขึ้น ซึ่งเป็นอาการของภาวะตับอักเสบ อีกด้วยและเมื่อได้รับโคลีนก็จะลดการสะสมไขมัน และลดการอักเสบของตับได้จริง สำหรับสัตว์ทดลอง เช่น หนู ภาวะที่ตับมีไขมันสะสมนี้ ยังไปร่วมกับเพิ่มอัตราการเป็นมะเร็งที่ตับได้ ในทางกลับกันเมื่อหนูทดลองเหล่านี้ได้รับ โคลีน เสริมก็ลดการเกิดมะเร็งในตับได้ เช่นกัน นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว โคลีน ยังมีประโยชน์ในด้านช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด และหลอดเลือดหัวใจ ปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย 1 วันสำหรับผู้ใหญ่เพศชายและหญิงคือ 550 mg และ 425 มิลลิกรัม ตามลำดับมีรายงานวิจัย ถึงผลกระทบ ของการขาดโคลีนในมนุษย์ว่าจะมีผลทำให้ปริมาณโคลีนลดลง และเกิดความเสียหายต่อตับได้
@ วิตามินบีคอมแพคคืออะไร
วิตามินบีคอมแพค หรือวิตามินบีรวม เป็นกลุ่มของวิตามิน ที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาท และความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ต่าง ช่วยบำรุงร่างกาย ผิวหนัง และระบบประสาท วิตามินบีรวม ประกอบ ด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามิน b6 vitamin b12 และนอกจากนี้ยังมีกรดโฟลิก choline อิโนซิทอล และไบโอติน อีกด้วย
วิตามิน b ต่างๆมีหน้าที่ดังนี้คือ
..วิตามินบี 1 มีความสำคัญต่อไม่ต่อ เมตาบอลิซึ่ม ของคาร์โบไฮเดรต หากขาดจะทำให้เกิดโรคเหน็บชา และจะแสดงอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ทางระบบประสาท จะมีอาการชา ตามมือ และเท้า ตากระตุก แขนขาอ่อนแรง ส่วนอาการทางสมอง พบว่า เนื้อสมองจะถูกทำลาย ผู้ป่วยจะมีอาการความจำเสื่อม ซึ่มเศร้า กระสับกระส่าย ทางระบบหัวใจ และหลอดเลือดพบว่า หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หัวใจมีขนาดโตขึ้นและมีความผิดปกติของการบันทึกคลื่นหัวใจ
..วิตามินบี 2 มีความจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์ เมตาบอลิซึ่ม ของคาร์โบไฮเดรต และไขมันเป็น Co-enzyme ในการเปลี่ยน วิตามินบี 6 และกรด โฟลิคให้อยู่ในรูปของ active ทั้ง ยังทำหน้าที่รักษาสภาพของเยื่อบุผิว และ Mucosa  ให้เป็นปกติ หากขาดจะมีอาการทางตา ริมฝีปาก และหนังผิวหนัง แรกเริ่มนั้นริมฝีปากจะอักเสบ แห้ง และแตก มุมปากจะซีด แตก ลักษณะดังกล่าวเรียกว่าปากนกกระจอก และเมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการทางผิวหนัง ใบหน้ามีสะเก็ดมัน ๆ ต่อมาจะมีอาการอักเสบของตา ตาสู้แสงไม่ได้ คันตา และแสบลูกตา
... วิตามินบี 3 มีในมีบทบาทในขบวนการ สังเคราะห์กรดไขมัน หากขาด จะมีผลต่อระบบประสาท โดยมีผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย ไขสันหลัง สมอง และปลายประสาทอักเสบ ซึ่งอาจมีอาการคุ้มคลั่ง ชัก และหมดสติก่อนตาย รวมถึงยังมีผลกระทบต่อระบบผิวหนังซึ่งทำให้มีลักษณะผิวหนังหยาบ เป็นจ้ำ สีม่วงเข้ม นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เริ่มตั้งแต่มีร่องแตก ที่บริเวณริมฝีปาก เยื่อบุลิ้นจะฝ่อ  ลีบ มีอาการอักเสบของลำไส้เล็ก และเลือดออก ท้องเดิน
....วิตามินบี 5 มีความเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย หลายอย่าง เช่น การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต การสร้าง กลูโคส การสังเคราะห์กรดไขมัน และเสตียรอยด์ฮอร์โมน หากขาด จะมีอาการปวดท้อง อาเจียน และเป็นตะคริว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
...วิตามินบี 6 เป็น Co-enzyme -ที่จำเป็นต่อการผลิตสารสื่อประสาท หลายชนิดมีความสำคัญต่อปฏิกิริยาทั้งหมดใน metabolism ของกรดอะมิโน มีบทบาทในขบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง หากขาดจะพบอาการโลหิตจาง อ่อนเพลีย เป็นแผลที่ปาก ริมฝีปากอักเสบ ชาปลายมือ ปลายเท้า ผิวหนังเป็น จ้ำ จ้ำสีม่วง และมีอาการทางประสาทเช่นมีความคิดสับสน ซึมเศร้า และจะเกิดอาการชักได้
....วิตามินบี 12 มีบทบาทในเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตไขมันโปรตีน รวมถึงมีบทบาทในการเจริญเติบเจริญและการแบ่งตัว ของเซลล์ และการสังเคราะห์สารที่หุ้มเส้นประสาท
หากขาดจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากมีความสำคัญต่อ โครงสร้าง เซลล์ผิว โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร เช่นทำให้ลิ้นอักเสบ และมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุ ตลอดทางเดินอาหาร และเนื่องจากมีความสำคัญต่อการสร้าง ที่หุ้มเส้นประสาทดังนั้น ผู้ที่ขาดจะทำให้มีอาการทางเส้นประสาท เช่น ชา ตามมือ และเท้า เป็นมากขึ้นจะมีอาการสับสน ประสาทหลอน รวมถึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต อย่างปกติของเม็ดเลือดแดง หากขาดวิตามินชนิดนี้จะทำให้โลหิตจาง


เรื่องน่ารู้ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถดักจับไขมัน

@สรุปคุณสมบัติ ไคโตซาน เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ที่ได้จากสารไคติน ซึ่งพบในเปลือกของสัตว์ ที่มีเปลือกแข็ง หุ้มภายนอกเช่นปู และกุ้ง มีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร ...เป็นสารที่ให้ผลในด้านการลดน้ำหนักจากธรรมชาติ ภาวะไขมันในเลือดสูง อันเนื่องมาจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ด้วยกลไกลการดักจับไขมัน ในทางเดินอาหาร ทำให้ไขมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือดได้ลดลง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ที่ต้องการควบคุมระดับไขมันในเลือด รวมถึงผู้ที่มีความดันโลหิตสูง จากการที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ...มีงานวิจัยว่าใครโตซานสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้จริง
ไคโตซานผลิตจากสารไคติน ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับเซลลูโลส จัดเป็นใยอาหารชนิดหนึ่ง ไคโตซานมีคุณสมบัติในการแลกเปลี่ยนประจุกับสารอื่น รวมถึงมีคุณสมบัติในการก่อเจล เมื่อละลายในกรด กล่าวคือเมื่อ ไคโตซาน ละลายในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีความเป็นกรด แล้วจะให้ประจุบวกสูง ประกอบการกับการพองตัว  มีลักษณะเป็นเจล ที่สามารถดูดจับไขมัน ซึ่งมีประจุลบ ทำให้ไขมันไม่ถูกย่อยจึงไม่ดูดซึม และถูกขับถ่ายออกไป
@ สรุปคุณสมบัติของ โพลีเดกซ์โตส ......เป็นกลุ่มของใยอาหาร ที่มีประโยชน์ในการช่วยจับไขมันจากอาหาร ลดการดูดซึมน้ำตาล ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก .....โพลีเดกซ์โตสจะเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ เมื่อถูกน้ำพองตัวเป็นวุ้น ทําให้ขัดขวางการดูดซึมไขมัน มีประโยชน์ต่อการควบคุมระดับไขมัน
  @สรุปคุณสมบัติของผงจากกระบองเพชร มาจากตะบองเพชรสายพันธุ์ โอพุนเทีย โฟคัส อินดิกา มีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร 2 ชนิด คือใยอาหารประเภทละลายในน้ำ และไม่ละลายในน้ำมีความสามารถในการจับตัวกับไขมัน และสร้างเซลล์พิเศษที่มีคุณสมบัติสูงช่วยป้องกัน การย่อยสลายและดูดซึมไขมัน ด้วยเอนไซม์ ไลเปส ได้เอนไซม์ไลเปส เป็นเอนไซม์สำหรับย่อยไขมัน จะถูกกัน ไว้ด้วยเจล จากสารสกัดของกระบองเพชร ทำให้เอนไซม์ไม่สามารถเข้าถึงตัวไขมันได้จริง ไม่เกิดการย่อย และดูดซึมไขมัน ทำให้ไขมันจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ถูกดูดซึมจะถูกส่งผ่าน และขับถ่ายออกทางลำไส้ มีงานวิจัยที่ศึกษาในมนุษย์ พบว่า การรับประทานสารสกัดจากกระบองเพชรในปริมาณ 1.6 กรัม ต่อมื้ออาหารสามารถลดระดับไขมันในเลือดชนิด ldl คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ได้จริง ส่งผลทำให้ความเสี่ยง ที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยว่าเซลล์ที่สร้างจากสารสกัดกระบองเพชร สามารถเคลือบกระเพาะอาหาร และป้องกันแผลในกระเพาะอาหาร จากการเหนี่ยวนำด้วยแอลกอฮอล์ในสัตว์ทดลองได้ .....เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การปรับเปลี่ยนนิสัย ในการบริโภคร่วมกับการออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุด ในการควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนักในระยะยาว  แต่เป็นวิธีการแบบนี้ มีความยากลำบากในการปฏิบัติให้ได้อย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาลดความอ้วน ก็จัดว่าเป็นยาอันตราย เนื่องจากลดความอ้วนได้ นั้น จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งการใช้ยานั้นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ดังนั้นจึงมีทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคอีกทางคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลุ่มที่มีคุณสมบัติในการลดและควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัย ไม่มีผลต่อจิตประสาทและระบบสมอง นั้นมีมากมายหลายชนิดเช่นเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย ได้แก่สารสกัดจากชาเขียวและดอกคำฝอย cla ลดการดูดซึมแป้งด้วยกลไกลการ บล็อก หรือยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ย่อยแป้ง สารสกัดจากถั่วขาว และสารที่ออกฤทธิ์อยู่เฉพาะในทางเดินอาหารโดยดับจับเอาไขมันในอาหารที่รับประทานเข้าไปได้แก่ไคโตซาน ใยอาหารและสารสกัดจากกระบองเพชรนั่นเอง เนื่องจากไคโตซานและสารสกัดจากกระบองเพชร มีผลต่อการดูดซึมไขมัน จึงไม่ควรรับประทานพร้อมกับยา ที่แพทย์สั่ง เพราะอาจมีผลรบกวนการดูดซึมยา บางชนิดที่จะต้องละลายในน้ำมัน และไม่ควรรับประทานในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำและเป็นอันตรายได้ กรณีที่มีโรคประจำตัวอื่นๆควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ DHA และการทำงานของสมอง

ดีเอชเอ กับการทำงานของสมอง แหล่งของ  DHA และ EPA ในธรรมชาติพบมากในปลาทะเลและสาหร่าย โดย EPA จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดระดับ ของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ขณะที่ดีเอชเอมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองเพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง   ---ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีผลงานวิจัยแสดง อย่างชัดเจนว่า สาร DHA ในน้ำมันปลามีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแต่แรกเกิดที่ต้องการ DHA ในปริมาณมากและเพียงพอ เพื่อใช้ในการพัฒนาสมองได้อย่างเต็มที่ในวัยผู้ใหญ่ ดีเอชเอ จะผ่านเข้าไปในสมองและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทที่เรียกว่า เดนไดรต์ ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและส่งผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้และการจดจำ นอกจากนี้ DHA ยังมีความสำคัญต่อระบบประสาทตา และระบบการทำงานของสายตาอีกด้วย
DHA ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ความจำเสื่อมชนิดที่เป็นที่รู้จักกันคือ อัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มโรคความจำเสื่อมโดยมีการเสื่อมของ เซลล์สมองในส่วนที่ ควบคุมการเรียนรู้ และความจำ โรคนี้ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไปและอัตราความเสี่ยงของโรคจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย โรคความผิดปกติของหลอดเลือด ได้แก่โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในหลอดเลือด ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดโรค เซลล์สมองฝ่อเร็วกว่าคนทั่วไป
โรคอัลไซเมอร์จะส่งผลให้เกิดความจำเสื่อม การทำงานประสานของร่างกายลดลงพฤติกรรมเปลี่ยน หลงลืม สับสน และไม่สามารถเรียนรู้ปฏิบัติงาน ที่เคยทำปกติได้ การมีเหตุผลจะลดลง ที่สำคัญคือเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ ปัจจุบันผู้ป่วยด้วยโรคนี้ทั่วโลกประมาณ 33.9 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าใน 40 ปี ข้างหน้า สำหรับประเทศไทยซึ่งมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทั้งหมด 8.3 ล้านคนคาดว่า จะมีผู้ มีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 8.3 แสนคน และคาดการณ์ได้ว่าโรคอัลไซเมอร์ จะเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่รุนแรงขึ้น ในอนาคตซึ่งไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อผู้เป็นโรคเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อ คนในครอบครัวอีกด้วย ดังนั้นโรคอัลไซเมอร์จึงเป็นโรคที่น่ากังวลในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างมาก
หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอัลไซเมอร์คือการสะสม  ของอะไมลอยด์ เบต้า จนกลายเป็นอะไมลอยด์ พล๊าค ซึ่งมีความเป็นพิษต่อเซลล์ประสาท โดยจะทำลายสมดุลไอออนทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำลายโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ที่มีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบและทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ Microglia ซึ่งเมื่อ Microglia ถูกกระตุ้นจะทำให้เกิดการหลั่งสารที่เกี่ยวกับการอักเสบที่เป็นพิษต่อระบบประสาทซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย
มีงานวิจัยสนับสนุนว่า ดีเอชเอ ในน้ำมันปลาช่วยเพิ่ม สารที่มีชื่อว่า LR 11 โปรตีน ซึ่งสามารถช่วยลดการเกิดอะไมลอยเ์เบต้า ที่จะรวมตัวเป็น อะไมลอยด์ พล๊าค หนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ อีกงานวิจัยที่ทำการทดลองกับผู้สูงอายุ พบว่า การรับประทาน ดีเอชเอ วันละ 900 mg เป็นเวลา 9 เดือน สามารถเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และการจดจำได้ดี นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมสนับสนุนว่า ดีเอชเอ สามารถชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์ได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพและมีความปลอดภัยสูง รวมถึง งานวิจัยระบุว่าการที่ร่างกายได้รับ dha ที่ไม่เพียงพอ จะมีแนวโน้มทำให้ เกิดโรคอนุมูลอิสระ  เกิดปฏิกิริยา ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิด โรคอัลไซเมอร์ ได้นอกจากนี้ยังมีงานวิจัย ในประเทศออสเตรเลียโดยศึกษาเด็กอายุ 7-12 ปี ที่มีอาการสมาธิสั้น พบว่าการเพิ่มขึ้นของ DHA ในเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้เด็กมีการอ่านคำที่ดีขึ้น และสะกดคำที่ดีขึ้น ความสนใจขึ้น พฤติกรรม ที่ผิดปกติ ความกระสับกระส่าย และอาการสมาธิสั้น โดยรวมลดลง และมีงานวิจัยในประเทศโอมาน ระบุว่าเด็กที่เป็น ออทิซึม หรือผู้ป่วยออทิสติก จะมีระดับของ DHA ในเลือดแดงต่ำเช่นเดียวกัน
ดังนั้นการรับประทานอาหารหรืออาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของกรดโดโคเฮกซาอีโนอิก  หรือ  DHA เป็นประจำ  จะมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาการในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น และผู้ป่วยออทิสติก นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุและมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองเพิ่มการเรียนรู้และการจดจำได้ดี
น้ำมันปลาประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นประเภทโอเมก้า 3 อยู่ในปริมาณสูงซึ่งในกลุ่มของโอเมก้า 3 นั้นมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 2 ชนิดที่สำคัญได้แก่
1  กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก หรือ DHA
2  กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก หรือ EPA
    ทราบ หรือไม่
ปกติแล้วน้ำมันปลาจะประกอบด้วย กรดไขมันหลักสองชนิดคือ EPA และ Dha ซึ่งจะมีการปรับสัดส่วนของ  EPA:DHA ให้เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่าง
..น้ำมันปลามีสัดส่วนของ  EPA:DHA  เป็น 3.2 เช่นมี  EPA 180 mg และ DHA  120 mg จะเหมาะกับการดูแลสุขภาพโดยรวมลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ และลดการอักเสบของข้อต่าง ๆ และบำรุงสมองโดยรวม
..น้ำมันปลาที่มีสัดส่วน EPA:DHA แ เป็น 1 : 5  เช่นมี EPA 100  mg และ ดีเอชเอ 500 มิลลิกรัม หรือ มี  DHA มากกว่าสูตรปกติ ถึง  4 เท่า จะเน้นการส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง เพิ่มการเรียนรู้และจดจำ รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเกิดอัลไซเมอร์ อีกด้วย

สุขภาพผิวและความงาม

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเซราไมด์และสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพผิว
เซราไมด์ เป็นกลุ่มสาร sphingolipid ที่เป็นโครงสร้างหลักที่สำคัญอยู่ในชั้นผิวของหนังกำพร้าเรียกว่า สตราตัม คอร์เนียม
ทำให้หนังกำพร้ามีคุณสมบัติ ในการเป็นเกราะป้องกันต่างๆเช่น ป้องกันและปกปิดอวัยวะภายในไม่ให้ได้รับอันตรายป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายโดยง่าย ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่  และเซราไมด์ยังมีบทบาทที่สำคัญ ทำให้ผิวหนังสามารถทำหน้าที่อุ้มน้ำ  และรักษาระดับการซึมผ่านของน้ำในผิวหนัง มีงานวิจัยรองรับว่า การลดลงของเซราไมด์ เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดโรคผิวหนังต่างๆ เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคผื่นแพ้จากการสัมผัส และโรคสะเก็ดเงิน
เกี่ยวกับเรื่องผลที่มีต่อการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีงานวิจัยที่ญี่ปุ่นรองรับว่าการรับประทานเซราไมด์ที่ได้มาจากพืช ทำให้ปริมาณน้ำในชั้นผิวหนังมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับประทานเซราไมด์ ดังนั้น การที่ผิวมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำที่ดี จะช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นหากระดับของเซรามายด์ลดลง จะทำให้ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น จึงควรเสริมเซอราไมด์ให้เพียงพออยู่เสมอ นอกจากนี้ยังพบว่าเซราไมด์มีคุณสมบัติเป็น เป็นไวท์เทนเนอร์ สามารถลดการสังเคราะห์สารเมลานินได้ด้วยกลไกการชะลอการกระตุ้น E RK (Extracellular signal-regulated protein kinase เซราไมด์ จึงเหมาะในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ที่เเห้งรุนแรงป้องกันและสร้างเกาะป้องกันความชุ่มชื้นของผิว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผิวแห้งกร้าน ผิวแพ้ง่าย ผิวเริ่มมีริ้วรอย
นอกจากเรื่องของความชุ่มชื้นของผิวแล้ว การเสริมด้วยสารอาหารอื่นๆ เพื่อช่วยดูแลให้ผิวสุขภาพดี สามารถทำได้ด้วยการรับประทานคอลลาเจนจากปลา พบว่า มีผลทำให้ริ้วรอยที่ปรากฏลดน้อยลงและมีงานวิจัยว่าช่วยเพิ่มความนุ่มนวลชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นให้ ผิวพรรณได้ ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งก็คือ กรดอัลฟ่า-ไลโปอิก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถช่วยเพิ่มระดับกลูต้าไธโอนในร่างกายได้ นอกจากนี้แล้วยังนิยมนำไปใช้ในการป้องกันปัญหา และอาจมีประโยชน์ช่วยในเรื่องการรักษาปลายประสาทอักเสบในผู้ป่วยเบาหวานได้อีกด้วย ส่วนวิตามิน บี 3 หรือ ไนอะซิน เป็นสาร ที่ช่วยเสริมระบบประสาท ผิว ผม และตา มีสุขภาพที่ดี หากขาด ไนอะซิน จะมีผลต่อ ระบบผิวหนัง ผิวหนังมีลักษณะหยาบ เป็นจ้ำสีม่วง สีเข้ม เรียกว่า pellagra ทั้งหมดนี้เป็นสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันกับการบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนที่เพียงพอ และหลีกเลี่ยงมลภาวะต่าง ๆ ผลที่ได้ก็คือ สุขภาพผิวที่ดี ดูอ่อนเยาว์และสดใสอยู่เสมอ